SIP account / SIP trunk
เลือกเมนู Voice Interface -> Sip Trunk Setting หน้าจอนี้สำหรับติดตั้ง Sip Trunk ก็คือการไปเชื่อมต่อกับ VoIP Operator เจ้าอื่น ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องไปสมัครมาก่อนหลังจากนั้นจะได้ Username, Password และ IP-Address หรืออาจจะเป็น Domain Name มา แล้วจึงนำมาใส่ในเมนูนี้ดังตัวอย่าง

ค่าต่างๆอธิบายได้ดังนี้
-
Trunk Name: ชื่อ trunk นี้จะตั้งชื่อเป็นอะไรก็ได้
-
Description:ใส่รายละเอียดของ trunk
-
Type:มีสองแบบให้เลือก แล้วแต่ Provider โดยทั่วไปเลือกเป็น Sip Account หมายถึง Provider มี Username และ Password มาให้ แต่ถ้าเป็นอีกแบบคือ Sip Trunk คือทำการเชื่อมต่อโดยไม่มี Username และ Password
-
Sip Server Address: ใส่หมายเลข IP ของ Provider หรือจะเป็น Domain name ก็ได้
-
Tel Number/Username: ใส่หมายเลขที่ Provider ให้มา
-
Password: ใส่ Password ที่ Provider ให้มา
-
Allow Incoming: หากเลือกเป็น yes หมายถึง อนุญาติให้มีการโทรเข้ามาได้ แต่ในประเทศไทยส่วนใหญ่ Provider จะไม่อนุญาติให้โทรเข้ามายกเว้น Cat 2 Call Plus ที่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนถึงจะโทรเข้ามาได้จากสายนอก
-
Concurrent Call Support: จำนวนสายที่ใช้งานได้พร้อมกัน ส่วนใหญ่ถ้าเป็นลูกค้าธรรมดา Provider จะอนุญาติแค่ 1 สาย
-
Optional Number of digit to strip: จำนวนเลขที่ตัดออกเมื่อมีผู้ใช้งานกดเข้ามา
-
Optional Dialing Prefix: ตัวเลขที่ใส่เพิ่มเข้าไปทุกครั้งที่โทรออก
-
Record Incoming Call: ถ้าเลือกเป็น yes คือ ให้มีการบันทึกเสียงทุกครั้งที่มีคนโทรเข้า
โดยเปิดฟังได้ที่เมนู Sound -> Call Record Files
-
Record Outgoing Call: ถ้าเลือกเป็น yes คือ ให้มีการบันทึกเสียงทุกครั้งที่มีคนโทรออก
โดยเปิดฟังได้ที่เมนู Sound -> Call Record Files
-
Default Language: เป็นการกำหนดภาษาที่ใช้งานผ่านทาง Trunk นี้
หลังจากที่ใส่ค่าครบหมดแล้ว คลิก Advanced Setting = Yes